เทียบผลตอบแทน 10 บริษัท แผนประกันบำนาญ ชำระเบี้ยระยะสั้น 5-10 ปี อัพเดตปี 2568

ประกันบำนาญ คืออะไร​

          ประกันชีวิตแบบบำนาญ หรือ ประกันบำนาญ คือ สินค้าทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ซื้อ ใช้วางแผนการเงินในช่วงวัยเกษียณ มีวินัยในการเก็บออมช่วงวัยทำงานและได้รับเงินคืนที่เปรียบเหมือนรายได้ประจำในช่วงวัยเกษียณ คล้ายๆ กับระบบบำนาญของข้าราชการที่เกษียณแล้วจะได้รับเงินบำนาญจากรัฐบาลซึ่งเป็นสิทธิ์ที่ได้สะสมมาตลอดเวลาที่ทำงาน  ในขณะที่ประกันบำนาญเป็นสินค้าที่บุคคลทั่วไปสามารถเลือกซื้อได้เองจากบริษัทประกันภัยค่ะ

ข้อดี

  • เราจะได้รับเงินคืน หรือเงินบำนาญจากประกันเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนตามที่ระบุไว้ในสัญญาที่เราเลือกทำ
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวน หรือความเสี่ยงจากการลงทุนเอง
  • เงินคืนหรือเงินบำนาญจากประกัน ไม่ต้องเสียภาษี
  • เบี้ยประกันบำนาญใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรที่กำหนด
  • ลดภาระภาษีในปัจจุบัน และสะสมเงินไว้ใช้ในอนาคต ได้ประโยชน์หลายต่อ
  • ได้รับความคุ้มครองจากการเสียชีวิต (ทั้งเจ็บป่วย และอุบัติเหตุ) ในช่วงที่รับรองตามสัญญาประกันภัย
  • ในกรณีที่ผู้ทำประกันเสียชีวิตก่อนได้รับเงินบำนาญจากประกัน ผู้รับผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ในสัญญายังได้รับเงินเป็นมรดกแบบไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องเสียภาษีมรดก และไม่ต้องแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือดำเนินเรื่องกับศาลที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน สามารถรับเงินผลประโยชน์เป็นมรดกได้ไวกว่าทรัพย์สินอื่นๆ

ข้อเสีย

  • ถ้าต้องการเงินบำนาญต่อปีเยอะในช่วงวัยเกษียณ จะต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงตามด้วยเช่นกัน (=ถ้าต้องการวางแผนให้ได้เงินบำนาญต่อปีเยอะ ต้องใช้ต้นทุน(หรือจ่ายเบี้ยประกัน) ที่เยอะตาม
  • เงินบำนาญที่ได้รับจะมีมูลค่าน้อยลงได้จากเงินเฟ้อ
  • แผนประกันบำนาญส่วนใหญ่จะจ่ายบำนาญคืนเป็นรายปี มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ทำเป็นรายเดือนได้
  • เงินคืนจะได้รับตามรอบปีกรมธรรม์ ไม่ใช่ปีปฏิทิน จึงต้องมีการวางแผนเงินเพื่อให้นำเงินมาใช้ได้อย่างครอบคลุมในช่วงที่เกษียณ

        เพราะประกันบำนาญเป็นสินค้าที่การันตีจำนวนเงินบำนาญที่เราจะได้รับในอนาคต จึงตามมาด้วยเบี้ยประกันที่สูงเพื่อให้ได้รับเงินบำนาญที่เยอะเพียงพอกับการใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ  ดังนั้น ถ้าเราอยู่ในวัยทำงานที่ยังพอรับความเสี่ยงได้บ้าง และต้องการวางแผนเกษียณแบบใช้ทุนไม่สูงมาก อาจจะแบ่งสัดส่วนในการเลือกสินค้าทางการเงินต่างๆ เช่น การลงทุนในกองทุนรวมที่ความเสี่ยงน้อยมาทำร่วมกับประกันบำนาญเพื่อให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นจากกองทุน และได้เงินคืนที่การันตีจากประกัน เป็นต้นค่ะ

คำแนะนำในการเลือกประกันบำนาญ

1. อย่าพึ่งตัดสินใจ จากเปอร์เซ็นต์(%)เงินคืนที่ระบุไว้อย่างเดียว

     แผนประกันบำนาญของทุกบริษัทประกันภัย จะระบุจำนวนเงินบำนาญที่เราต้องได้รับเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) แต่เราไม่สามารถคิดผลประโยชน์ที่เราจะได้รับ โดยดูจากแค่เปอร์เซ็นต์เพียงอย่างเดียวได้ เช่น

แผน A จะจ่ายเงินบำนาญ 50%  ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับเงินบำนาญมากกว่า แผน B ที่จ่ายเงินบำนาญ 20% เสมอไป

เพราะเราต้องนำเปอร์เซ็นต์ที่ว่า ไปคูณกับจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือ ทุนประกันภัยที่บริษัทกำหนดไว้ตามเพศ อายุและอาชีพก่อน ถึงจะออกมาเป็นจำนวนเงินบำนาญจริงๆ ที่เราต้องได้ในแต่ละปีค่ะ

2. อย่าพึ่งตัดสินใจ โดยคิดจากเงินส่วนต่างหรือกำไรตลอดทั้งสัญญาอย่างเดียว

        ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำประกัน เรามักจะได้รับเอกสารเป็นข้อเสนอที่ออกโดยระบบของบริษัทประกันก่อนใช่มั้ยคะ? (เป็นเอกสารที่ควรอ่านก่อนตัดสินใจนะคะ🥺) ซึ่งเอกสารของบางบริษัทจะระบุเงินส่วนต่างที่เราจะได้รับ (มองเหมือนเป็นกำไร) โดยนำเงินคืนที่บริษัทจะจ่ายให้เราทั้งหมด มาหักลบกับ เบี้ยทุกปีที่เราจ่ายไป เช่น

จ่ายเบี้ยประกันไป 5 ปี ปีละ 100,000 บาท เท่ากับเราจ่ายเบี้ยไปทั้งหมดจำนวน 500,000 บาท
-> ได้รับบำนาญ 30 ปี ปีละ 30,000 บาท เท่ากับได้รับบำนาญทั้งหมด 900,000 บาท
= ดังนั้น ส่วนต่างของเบี้ยที่เราจ่าย กับ บำนาญที่เราได้รับ คือ 400,000 บาท

         การที่เราเอาแค่ส่วนต่างมาเปรียบเทียบกัน แผนไหนได้ส่วนต่างเยอะก็ทำแผนนั้น อาจจะไม่ได้เห็นผลประโยชน์ที่เราได้รับจริงหรือไม่ตรงกับเป้าหมายที่เราวางแผนไว้เพราะมีปัจจัยอื่นที่เราต้องดูร่วมด้วย เช่น

  • เริ่มจ่ายบำนาญตอนอายุเท่าไร บางแผนเริ่มจ่ายอายุ 55 บางแผนเริ่มจ่ายอายุ 65
  • จ่ายบำนาญถึงอายุเท่าไร
  • เราโอเคกับจำนวนเงินบำนาญที่จะได้รับแต่ละปีหรือไม่ บางบริษัทให้เงินคืนต่อปีเยอะแต่ไม่ได้ให้ถึงอายุ 99 บางบริษัทให้เงินคืนต่อปีน้อย แต่ให้นานถึงอายุ 99  เป็นต้น

3. อย่าพึ่งตัดสินใจ เพราะดูจากเงินบำนาญที่ได้ต่อปีอย่างเดียว

          เหตุผลข้อนี้จะคล้ายกับข้อ 2 เลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

แผน A จ่ายบำนาญให้เราปีละ 80,000 บาท แต่เราต้องจ่ายเบี้ยประกัน 10 ปี ปีละ 100,000 บาท
แผน B จ่ายบำนาญให้เราปีละ 50,000 บาท แต่เราจ่ายเบี้ยประกัน 5 ปี ปีละ 100,000 บาท

ทีนี้เราก็ต้องมาดูกันใช่มั้ยคะ ว่าทั้ง 2 แผนนี้จะจ่ายบำนาญให้เราเท่านี้ไปทั้งหมดกี่ปี เราจะเทียบกันได้ยังไงในเมื่อจำนวนปีที่เราจ่ายเบี้ยไปก็ไม่เท่ากันอีก ถ้าเราปรับแผน B  ให้จ่ายเบี้ยมากขึ้นเป็นปีละ 120,000 บาทแทน แต่จ่ายแค่ 5 ปี ระยะเวลาสั้นกว่าแผน A แล้วจะได้ผลประโยชน์ดีกว่าหรือเปล่า?

         ดังนั้น จากข้อ 2 และ 3 นี่เอง นักลงทุนรวมถึงนักวางแผนทางการเงินจึงนำสูตรตัวหนึ่งมาใช้เพื่อคิดผลประโยชน์ได้ง่ายขึ้น นั่นก็คือ  IRR (ย่อมาจาก Internal rate of return) โดยนำค่านี้มาใช้คำนวณหาอัตราผลตอบแทนต่อปีที่เราจะได้รับจากการออมเงินในรูปแบบประกัน ถ้าแผนประกันใดได้เปอร์เซ็นต์ IRR สูง ก็เท่ากับว่า เราจะได้รับผลตอบแทนจากแผนประกันนั้นสูงนั่นเองค่ะ

4. อย่าลืมนึกถึงความคุ้มครอง

         เพราะพื้นฐานของประกันคือเรื่องความคุ้มครอง  ไม่ว่าเราจะมีเป้าหมายจริงๆในการทำประกันเพื่ออะไร อาจจะเพื่อลดหย่อนภาษีอย่างเดียว หรือใช้เป็นเครื่องมือเก็บออมเพื่อวัยเกษียณด้วยก็ตาม  สิ่งที่ได้รับจากประกันไม่ใช่แค่ผลตอบแทนที่มาในรูปแบบเงินคืนให้เรา แต่เป็นความคุ้มครองชีวิตในวันที่เราไปไม่ถึงเป้าหมายตามที่วางแผนไว้ จากเงินคืนที่เราจะได้รับ กลายเป็นมรดกให้ครอบครัวและคนที่เราห่วงใยแทน

การเลือกซื้อสินค้าในรูปแบบประกัน จึงควรพิจารณาจากหลายๆด้านร่วมกันเพื่อให้เราได้รับผลประโยชน์ที่เหมาะสม ตรงกับเป้าหมายที่เราต้องการมากที่สุดนั่นเองค่ะ😊

ชวนคิด IRR แผนประกันบำนาญ

          ในส่วนของการเทียบผลตอบแทน IRR ของแผนประกัน มุกจะลองกำหนดที่เบี้ยประกันให้เท่ากันทุกแผนคือ 100,000 บาท และข้อมูลสำคัญในการคำนวณผลประโยชน์ออกมาคือ เพศและอายุ ซึ่งตัวอย่างที่นำมาเป็นเพศหญิง อายุ 35 ปีค่ะ

          ตารางในรูปข้างบนเป็นแบบประกันบำนาญ ชำระเบี้ยระยะสั้น 5 – 10 ปีนะคะ มี 10 บริษัทประกันชีวิต รวมทั้งหมด 18 แผน เรียกได้ว่าหยิบทุกแผนที่เป็นการชำระเบี้ยในช่วงระยะสั้นนี้มาให้ดูหมดเลยและมีแผนใหม่ที่อัพเดตล่าสุดด้วยเพราะบางบริษัทปิดการขายสินค้าบางตัวไปและออกสินค้าใหม่มาค่ะ 

ตามผลประโยชน์ในตาราง มุกจะลองเทียบแต่ละมุมแต่ละด้านคร่าวๆ ดังนี้ค่ะ

  1. ลองเทียบเปอร์เซ็นต์ IRR : ถ้าดูจากแผนที่มีระยะเวลาชำระเบี้ย 5 ปีเท่ากัน บ.RL จะได้ IRR สูงถึง 2.89% สูสีตีคู่มากับ บ.SS ที่ IRR 2.86% และ IRR 3.04%
    โดยแตกต่างที่
    บ.RL : จะจ่ายเงินบำนาญทุกปีจำนวนน้อยกว่า (39,250 บาท) แต่ยาวกว่าถึงอายุ 100 ปี เลยทีเดียว
    บ.SS มี 2 แผน ซึ่งคำนวน IRR ได้สูงทั้ง 2 แผน จ่ายทุกปีในจำนวนมากกว่า (51,171 บาท & 63,118 บาท) แต่อายุเริ่มต้นจ่ายบำนาญจนถึงอายุสุดท้ายจะแตกต่างกันค่ะ 
  2. ลองเทียบที่เงินผลประโยชน์รวมและส่วนต่างสูงสุด :
    – แบบชำระเบี้ย 5 ปี : บ.SS แผนที่คุ้มครองถึงอายุ 90 ปี ชนะเลิศรางวัลนี้ค่ะ เพราะได้เงินบำนาญรวมทุกปี 1,641,xxx บาท โดยที่จ่ายเบี้ยทั้งหมดไปเพียง 500,000 บาท ได้ส่วนต่างกำไรเป็น 1,641,xxx – 500,000 = 1,141,xxx บาท
    – แบบชำระเบี้ย 9 ปี : บ.FL ได้รางวัลชนะไป เพราะได้บำนาญรวม 2,091,xxx ลบกับเบี้ยที่จ่ายไป 9 แสน คิดเป็นส่วนต่างกำไร คือ 1,191,xxx บาท (แต่ บ.AL ถ้าคิด IRR จะได้สูงกว่า 0.03% นะ)
    – แบบชำระเบี้ย 10 ปี : บ.BA ได้รางวัลชนะในมุมนี้ แม้จะจ่ายบำนาญแต่ละปีน้อยกว่า บ.SL แต่เริ่มจ่ายตั้งแต่อายุ 60 ย๊าววววไปจนถึงอายุ 99 ทำให้ได้บำนาญรวมทั้งหมดเป็น 2,700,xxx ลบกับเบี้ยที่จ่ายไป 1 ล้าน คิดเป็นส่วนต่างกำไร คือ 1,700,xxx บาทค่ะ
  3. ลองเทียบเงินบำนาญที่ได้แต่ละปีสูงสุด : ถ้าจ่ายเบี้ยประกันไปเท่ากัน แล้วบริษัทไหนจะจ่ายบำนาญแต่ละปีคืนให้เยอะสุดนะ ? ผลที่ออกคือ…
    – แบบชำระเบี้ย 5 ปี : บ.SS แผนที่คุ้มครองถึงอายุ 90 ปี ชนะไปอีกแล้ว! แต่ข้อเสียคือ เริ่มจ่ายช้าที่อายุ 65 เลย ถ้าใครอยากได้ตัวที่จ่ายเร็วหน่อย (อายุ 60) และได้บำนาญแต่ละปีเยอะรองลงมาแถมจ่ายยาวถึงอายุ 100 ปีด้วยให้ดูแผนของ บ.RL ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สนใจเลยค่ะ
    – แบบชำระเบี้ย 7-10 ปี : ขอยกให้ บ.SL แต่ข้อเสียคือเริ่มจ่ายช้าที่อายุ 65 อีกแล้ว ดังนั้นตัวที่น่าสนใจรองลงมาขอยกให้เป็น บ.BA เพราะจ่ายตั้งแต่อายุ 60 ในจำนวนที่เยอะกลางๆ แถมยาวนานถึงอายุ 99 ไปเลยค่ะ

    หมายเหตุ : ตัวเลขในตารางอาจจะมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเสนอจริงเล็กน้อยเพราะตัดจุดทศนิยมออกหรือโปรแกรมบริษัทประกันฯ คำนวณเบี้ยที่ 1 แสนเป๊ะไม่ได้ (เช่น ต้องทำเบี้ย 100,009 บาท)

       ใครอ่านมาถึงตรงนี้น่าจะรู้สึกตาลายพอสมควรและยังคงชั่งใจอยู่บ้างว่าจะเลือกจากอะไรดีนะเพราะจริงๆ แล้ว การเทียบกันอาจจะฟันธง 100% ได้ยากว่าจะเลือกแบบไหนดี เพราะดีที่สุดของแต่ละคนอาจจะต่างกันไปตามเหตุผลส่วนตัว เป้าหมายชีวิต และอื่นๆ อีกมากมาย เช่น อยากจะเกษียณเร็วตั้งแต่ 55 หรือ วางแผนเงินก้อนตอนเกษียณไว้บางส่วนแล้วเลือกบำนาญที่จ่ายคืนตอนอายุ 65 ก็ไหว หรือ ตระกูลอายุยืนมากเลือกบำนาญที่จ่ายยาวๆ ถึงอายุ 100 ปีดีกว่า เป็นต้น

        ไม่ว่าคุณจะเลือกด้วยเหตุผลใดหรือมีเป้าหมายอะไรก็ตาม อย่าพึ่งกังวล สับสนและตาลายไปกับข้อมูลที่เยอะมากมายจนท้อใจไปค่ะ สามารถทักมาปรึกษาเราได้เลย ที่ไลน์ @mooknapas พร้อมแนะนำและให้ข้อมูลกับทุกท่านเพื่อตัดสินใจทำประกันได้อย่างมั่นใจค่ะ

หมายเหตุ <Disclaimer> :
แผนประกันที่มุกนำมาลองเทียบกันในบทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นจากมุมมองส่วนตัว ไม่ได้ต้องการตัดสินว่าบริษัทใดดีที่สุด หรือแผนประกันแบบไหนดีที่สุด เพราะจากการทำงานที่ผ่านมามุกมองว่าไม่มีบริษัทหรือแบบประกันใดดีที่สุดเสมอไป เหมือนการที่เราเลือกซื้อเครื่องสำอาง เลือกซื้อเสื้อผ้า ซื้อเฟอร์นิเจอร์ มีหลายยี่ห้อหลากหลายแบรนด์ แต่เราต้องเลือกยี่ห้อที่เหมาะกับเราที่สุด สินค้าเดียวกันไม่ได้เหมาะกับทุกคน นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่มุกทำเพจ/เว็บไซต์ MookPlanner ขึ้นมาด้วยค่ะ จากที่ได้ศึกษาข้อมูลแผนประกันมาหลายบริษัทเพื่อให้เข้าใจและแนะนำแผนประกันที่มีผลประโยชน์ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือเป้าหมายของลูกค้า สำหรับท่านใดที่สนใจทำประกัน ต้องการที่ปรึกษาหรือตัวแทนดูแลบริการ ขอฝากเพจ/เว็บไซต์ของเราเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะคะ 

สนใจทำประกันบำนาญกับ MookPlanner มีบริษัทประกันใดบ้าง ?

  • บริษัท ซัมซุงประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท แรบบิทประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท เอไอเอ จำกัด
  • บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)